19 เมษายน 2560

สรุปเนื้อหา : เวลาและการแบ่งยุคสมัย



ประวัติศาสตร์ หมายถึง
การศึกษาเรื่องราวของและพฤติกรรมของสังคมมนุษย์ในอดีต




ศักราชและการเทียบศักราช
1. พุทธศักราช (B.E.)
เป็นศักราชที่พุทธศาสนิกชนกำหนดขึ้น
2. คริสต์ศักราช (A.D.) 
ผู้นับถือคริสต์ศาสนาตั้งขึ้น โดยเริ่มนับตั้งแต่วันที่เชื่อกันว่าเป็นวันสมภพของพระเยซู (543)
3. มหาศักราช
ตั้งขึ้นโดยพระเจ้ากนิษกะของอินเดีย (621)
4. จุลศักราช (จ.ศ.)
ตั้งขึ้นโดยพระเจ้าบุพพะโสระหัน กษัตริย์ของพม่า (1181)  ร.5 ทรงประกาศเลิกใช้
5. รัตนโกสินทร์ศก (ร.ศ.)
ตั้งขึ้นโดย ร.5 และร.6 ทรงประกาศเลิกใช้





การแบ่งยุคสมัยทางประวัติศาสตร์
1. สมัยก่อนประวัติศาสตร์


ยุคหิน




• ยุคหินเก่า (Old Stone Age)
 ใช้เครื่องมือหินกะเทาะหยาบๆ อาศัยอยู่ตามถ้ำ




• ยุคหินกลาง (Middle Stone Age )
ใช้เครื่องมือมีความประณีตขึ้นล่าสัตว์ เก็บของป่า




• ยุคหินใหม่ (New Stone Age)
พัฒนาการที่สำคัญ คือ พาะปลูก เลี้ยงสัตว์ ใช้เครื่องมือหินขัดและทำเครื่องปั้นดินเผา


ยุคโลหะ



ยุคโลหะ
• ยุคสำริด พบอาวุธ เช่น ขวานสำริด หัวธนู ที่บ้านเชียง จ.อุดรธานี
• ยุคเหล็ก เครื่องมือทนทาน มีการตั้งถิ่นฐาน มีชนชั้น






2. สมัยประวัติศาสตร์
- อาณาจักรรุ่นแรกๆ
เช่น ทวารวดี ซึ่งพบหลักฐานเหรียญเงิน จารึกว่า ศรีทวารวดีติ ศวรปุณยะ ละโว้  พระปรางค์สามยอด
- สมัยสุโขทัย
มีการศิลปะที่เป็นเอกลักษณ์ คือ เจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ พระพุทธรูปปางลีลา
- สมัยอยุธยา
 เริ่มมีการจดบันทึกเกี่ยวกับเรื่องราวของพระมหากษัตริย์ โดยเขียนลงบนสมุดไทย เรียก พระราชพงศาวดาร อยุธยามีทั้งหมด 5 ราชวงศ์ คือ
 – อู่ทอง (พระรามาธิบดีที่ 1 หรือ พระเจ้าอู่ทอง)
– สุพรรณภมิ
– สุโขทัย (พระนเรศวรมหาราช)
– ปราสาททอง
– บ้านพลูหลวง (พระเจ้าเอกทัศน์)
มีการรับอิทธิพลของเขมร เรียก จตุสดมภ์ คือ หลักทั้ง 4 ประกอบด้วย
- เวียง  เปลี่ยนเป็น พระนครบาลหรือยมราช
- วัง  เปลี่ยนเป็น พระธรรมาธิกรณ์
- คลัง  เปลี่ยนเป็น พระโกษาธิบดี
- นา  เปลี่ยนเป็น พระเกษตราธิบดี

การปกครอง แบ่งออกเป็น 3 ช่วง คือ
ช่วงตอนต้น
มีการแบ่งหัวเมืองออกเป็น 3 ส่วน คือ หัวเมืองชั้นใน มี ผู้รั้ง ปกครอง หัวเมืองชั้นนอกหรือเมืองพระยามหานคร  พระราชวงศ์หรือข้าราชการชั้นสูง ปกครอง หัวเมืองประเทศราช  
ตอนกลาง
มีการปฎิรูปการปกครองโดยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ซึ่งมีการถ่วงดุลอำนาจโดยการรวมอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลาง
ช่วงปลายปลาย 
มีการจัดระเบียบไพล่พลขึ้นใหม่ ซึ่งมีการถ่วงดุลอำนาจโดยการแบ่งการปกครองออกเป็นสมุหนายกและสมุหกลาโหม ซึ่งในสมัยอยุธยามีการเสียกรุงถึง 2 ครั้ง โดยครั้งแรกตรงกับ พ.ศ. 1221 และครั้งที่ 2 คือ พ.ศ. 2310



- สมัยรัตนโกสินทร์
1. พระราชกรณียกิจรัชกาลที่ 1
สงครามที่แสดงพระอัจฉริยภาพอย่างมากคือ สงคราม 9 ทัพ ทั้งที่ทรงมีกำลังทหารเพียงครึ่งหนึ่งของพม่า พระองค์ทรงย้ายราชธานีเดิมที่กรุงธนบุรี เนื่องจาก เป็นสถานที่เล็ก อยู่ใกล้ตลิ่งถูกเซาะพังตลอดเวลา
2.  พระราชกรณียกิจรัชกาลที่ 2
 เป็นยุคทองของวรรณคดีไทยสมัยกรุงรัตนโกสินทร์
3.  พระราชกรณียกิจรัชกาลที่ 3
 ทรงทำการค้ากับต่างชาติ วัดสำคัญหลายวัด เช่น วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ที่ได้ชื่อว่าเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทย วัดราชโอรสาราม ซึ่งเป็นวัดประจำรัชกาลโดยได้รับศิลปะจีนผสมผสานกับไทย
4. พระราชกรณียกิจในรัชกาลที่ 4  
ทรงตั้งโรงพิมพ์ของรัฐบาล ตั้งโรงกษาปณ์เพื่อผลิตเงินเหรียญ แทนเงินพดด้วง มีการทำสนธิสัญญาเบาว์ริงกับอังกฤษ ซึ่งส่งผลให้เศรษฐกิจของไทยขยายตัวและส่งสินค้าออกได้มากขึ้น ทั้งยังนำเศรษฐกิจไทยเข้าสู่ระบบทุนนิยมโลก
5. พระราชกรณียกิจ รัชกาลที่ 5
มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เศรษฐกิจและสังคมของไทยครั้งใหญ่ จนได้ชื่อว่า พลิกแผ่นดิน  ซึ่งขณะที่ขึ้นครองราชย์นั้นมีพระชนมายุเพียง 15 พรรษา ยังไม่บรรลุนิติภาวะ จึงให้เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) เป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน
6. พระราชกรณียกิจรัชกาลที่ 6 
ทรงทดลองและฝึกให้ข้าราชบริพารรู้จักการปกครองระบอบประชาธิปไตยโดยทรงสร้างเมืองจำลอง "ดุสิตธานี" ขึ้น
7. พระราชกรณียกิจรัชกาลที่ 7-8  
อยู่ในช่วงร้อนแรงของการเมืองภายในประเทศจากกลุ่มคนที่ไปศึกษาในต่างประเทศและอยากนำการปกครองของตะวันตกมาปรับใช้ในประเทศไทยในที่สุด ประเทศไทยก็เปลี่ยนแปลงการปกครอง ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว ซึ่งเกิดเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ขึ้นโดยมีหัวหน้าคณะรัฐบาล คือ พระยามโนปกรณ์นิติธาดา และหัวหน้าคณะราษฎร คือ นายปรีดี พนมยงค์
8. พระราชกรณียกิจรัชกาลที่ 9
ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อพสกนิกรชาวไทยเสมอ


หลักฐานทางประวัติศาสตร์
คือ ร่องรอยการกระทำของมนุษย์หรือร่องรอยของอดีต  แบ่งออกเป็น
- หลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษร ที่เก่าแก่ที่สุด คือ จารึก
- หลักฐานที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร คือ โบราณสถาน โบราณวัตถุ

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น